เพราะอะไร เค้าถึงยกย่อง เบทโฮเฟิน เป็นคีตกวีอัจฉริยะ

ดนตรีเป็นสิ่งที่เกิดมาคู่กับเราและโลกใบนี้อย่างแท้จริง มันเป็นเครื่องมือในการผ่อนคลายอารมณ์ ความเครียด ความรู้สึกด้านลบอย่างน่าประหลาด อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาสมองอีกด้วย แม้จะมีนักแต่งเพลงมากมายตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ก็มีน้อยคนมากที่จะถูกยกย่องไปทั่วโลก เบทโฮเฟิน เป็นหนึ่งในนั้น ทำไมถึงต้องเป็นเค้าเรามีเหตุผล

เล่นดนตรีตั้งแต่ 4 ขวบ

ถามว่าตอนอายุ 4 ขวบ เราทำอะไรกันอยู่ บางคนก็อาจจะเล่นเกม เล่นของเล่น หรือ วิ่งเล่นกับเพื่อนนอกบ้าน แต่ เบทโฮเฟิน ไม่ได้สบายแบบนั้นต้องยอมรับว่า เค้าเกิดในครอบครัวที่ค่อนข้างลำบาก พ่อจึงต้องเข้มงวดกับเค้าเพื่อให้เค้ากลายเป็นนักดนตรีอายุน้อยให้ได้(สมัยนั้นใครอายุน้อยแล้วเล่นดนตรีได้จะทำเงินได้ด้วยการเล่นดนตรีเปิดหมวก) เค้าโดนพ่อเคี่ยวเข็ญอย่างหนักตั้งแต่ 4 ขวบเพื่อเล่นเปียโนให้ได้ (พ่อตั้งเป้าว่าจะต้องทำได้เหมือนโมสาร์ท) แล้วเค้าก็เล่นได้ตั้งแต่ตอนอายุเท่านี้จริงๆ

เสาหลักของครอบครัวตอนอายุ 11

ผลของการเคี่ยวเข็ญแบบหนักหน่วงของพ่อ ก็สัมฤทธิ์ผล เบทโฮเฟิน มีความอัจฉริยะทางด้านดนตรีอย่างมาก คิดดูล่ะกันว่าตอนเค้าอายุ 11 ขวบ เค้าสามารถเล่นดนตรีเพื่ออาชีพหารายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้แล้ว เค้าได้เรียนเพียงแค่ เกรด 4 แต่สามารถเข้าไปทำงานเป็นนักออร์แนประจำราชสำนักได้ จนกลายเป็นที่จับตามองของคนในยุคนั้นเลยว่าอัจฉริยะได้ถือกำเนิดขึ้นอีกคนหนึ่งแล้ว

การแหกธรรมเนียมประเพณี

หลังจากประสบความสำเร็จทางด้านการเล่นดนตรี เบทโฮเฟิน ได้พัฒนาตัวเองอีกขั้นหนึ่งด้วยการแต่งเพลง ซึ่งตรงนี้ก็แสดงถึงความเป็นอัจฉริยะของเค้าอีกครั้ง กล่าวคือ เค้ากล่าวที่แหวกขนบธรรมเนียมประเพณีของการแต่งเพลงสมัยก่อน กล่าวคือ ยุคนั้นการแต่งเพลงคลาสสิคจะออกมาเป็นแบบสมบูรณ์ เป็นศิลปะที่สูงส่งเกินกว่ามนุษย์จะจินตนาการได้ แต่เบทโฮเฟิน ไม่ทำแบบนั้น เค้าเลือกที่จะสอดแทรกอารมณ์ของตัวเองเข้าไปในเพลง เพื่อให้เพลงถูกลดระดับลงมาให้เข้าใจความเป็นมนุษย์มากขึ้นจนกลายเป็นดนตรียุคใหม่เรียกว่า Romantic period แน่นอนว่าเค้าโดนตำหนิจากคนดนตรียุคนั้น แต่เค้าไม่สนใจยังเดินหน้าต่อไป

ความสำเร็จตอนหูหนวก

แน่นอนว่าจากความสำเร็จของแนวเพลงเค้า ทำให้เบทโฮเฟิน แต่งเพลงเรื่อยมา ทีนี้ด้วยปัญหาด้านสุขภาพทำให้ร่างกายของเค้าไม่สมบูรณ์ เค้าเริ่มจะหูหนวกและไม่ได้ยินขึ้นเรื่อยๆแต่เค้าปิดบังอาการดังกล่าวเอาไว้ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อการทำงาน เรื่องราวมาพีคตรงที่ว่า แม้เค้าจะหูหนวกแบบสนิท เบโฮเฟินไม่สนใจ เค้ากลับยังประพันธ์เพลงได้อย่างไพเราะทรงคุณค่า มาจนถึงปัจจุบันได้ เอาแค่ข้อนี้ก็คงไม่มีใครกังขาในความสามารถของเค้าแล้ว